| |
|
เกล็ดความรู้ จากไทยแอนด์เว็บไทย | |
|
|
|
อินเทอร์เน็ต หมายถึงลักษณะของการเชื่อมต่อของเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งเล็กและใหญ่จำนวนมากเข้าด้วยกัน โดยมีข้อกำหนดว่าทุกเครือข่ายที่เชื่อมต่อถึงกัน จะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานของการเชื่อมต่อ(โปรโตคอล)ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานบนเครือข่ายแบบนี้โดยเฉพาะซึ่งเรียกว่า TCP/IP จากมาตรฐานการเชื่อมต่อกันนี้เอง จึงมีผลทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และไม่มีขีดจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่ |
|
WWW (World Wide Web) อาจเรียกสั้นๆ ว่าเว็บ เปรียบเสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลที่มากที่สุดในโลกก็ว่าได้ เราสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้เกือบทุกอย่างจากบริการเว็บ ข้อมูลในเว็บจะอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า Hypertext และทำการเชื่อมโยง(Links) ข้อความหรือรูปภาพเข้ากับเอกสารอื่นๆ อย่างเป็นอิสระต่อกัน ภาพหรือข้อความที่แสดงบนหน้าจอจะแสดงได้ทีละหน้า ซึ่งเรียกว่าเพจ (Page)หรืออาจมีการเชื่อมโยงด้วยการลิ้ง (Links)เพื่อค้นหาข้อมูลจากอีกเพจหนึ่งที่อยู่ห่างกันออกไปไกลๆได้ |
| เว็บไซต์ เปรียบเหมือนเว็บเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ เว็บไซต์จะเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งเล่มในห้องสมุดนั้น เราสามารถเลือกหยิบหนังสือเล่มใดก็ได้ในห้องสมุดเว็บขึ้นมาอ่านโดยระบุชื่อหนังสือในลักษณะที่เรียกว่า URL เช่นเว็บไซต์ของผู้จัดทำเอง มีURL หรือมีชื่อเป็น http://www.thaiandwebthai.com/ |
| เว็บเพจ (Web Page) และโฮมเพจ (Home Page) ถ้าเว็บไซต์คือหนังสือเล่มหนึ่ง เว็บเพจก็คือ หน้ากระดาษต่างๆ ที่บรรจุเนื้อหาในหนังสือเล่มนั้น ส่วนโฮมเพจก็คือปกหน้าของหนังสือ ปกติแล้วเมื่อเราเริ่มเปิดโปรแกรม Web Browser โปรแกรมจะนำเราเข้าสู่หน้าแรกของเว็บใดเว็บหนึ่งให้โดยอัตโนมัติ หน้าแรกนั้นเราจะถือว่าเป็นโฮมเพจด้วยเช่นเดียวกัน เราสามารถเปลี่ยนโฮมเพจของ โปรแกรม Web Browser ที่เราใช้อยู่นี้ให้ไปยังเว็บไซต์ใดก่อนก็ได้ |
| โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) การแสดงผลข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตในรูปของ HTML ไม่สามารถที่จะแสดงผลข้อมูลออกมาโดยตรงได้ จะต้องใช้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เป็นตัวกลางที่จะทำหน้าที่แปลงคำสั่งก่อนแล้วแสดงผลคำสั่งให้ออกมาเป็น รูปภาพ เสียง และข้อมูลต่างๆ สำหรับบราวเวอร์ที่ผู้ใช้นิยมกันก็จะมีโปรแกรม Internet Explorer และ Netscape Navigator |
| DNS-Domain Name System คือ ระบบการตั้งชื่อบนอินเทอร์เน็ต ทรัพยากรบนอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่นั้นต้องมีหมายเลขประจำเครื่อง ซึ่งหมายเลขนี้เรียกว่า IP โดยการที่จะจดจำหมายเลขประจำเครื่องนั้นทำได้ยาก จึงมีวิธีการตั้งชื่อให้จดจำได้ง่าย ระบบชื่อจึงถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐาน โดยแบ่งตามลำดับขั้นตามสภาพภูมิศาสตร์ เป็นประเทศ ประเภทองค์กร และชื่อองค์กร เช่นwww.bu.ac.th th คือ ชื่อประเทศไทย ac คือประเภทองค์กร bu คือ ชื่อขององค์กร |
| Domain ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เช่น .com = กลุ่มธุรกิจการค้า (Commercial) |
| .edu = กลุ่มการศึกษา ( Education) |
| .gov = กลุ่มองค์กรรัฐบาล (Government) |
| ความหมายของ Sab Domain เช่น .co = องค์การธุรกิจ (Commercial) |
| .ac = สถาบันการศึกษา (Academic) |
| .go = หน่วยงานรัฐบาล (Government) |
| .or = องค์กรอื่นๆ (Organizations) |
| Domain Name ชื่อย่อของประเทศ เช่น .th = Thailand .hk = Hongkong |
| .jp = Japan .sg = Singapore |
| HTML HTML ย่อมาจาก Hyper Text Markup Language เป็นภาษาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บเพจเพื่อให้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) ต่างๆ สามารถแปลงคำสั่งและแสดงผลเป็นรูปภาพ เสียง หรือข้อมูล ได้มีโปรแกรมเว็บบราวเวอร์มากกว่า 10 โปรแกรมที่สามารถอ่านหรือเข้าใจในภาษา HTML ซึ่งเป็นข้อความ Text กับรหัสที่อยู่ในเครื่องหมาย < > และมีนามสกุล .html โดยเมื่อเราเปิดโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ของเราว่า รูปแบบของข้อความเป็นอย่างไร รวมไปถึงการสร้างจุดเชื่อมหรือลิงค์ (Link) ที่เชื่อมโยงต่อไปยังเว็บเพจอื่นๆ |
| สำหรับการสร้างไฟล์ HTML จะต้องอาศัยโปรแกรมที่มีคุณสมบัติ Text Editor โดยเราจะใช้โปรแกรมเหล่านี้สำหรับเขียนคำสั่งต่างๆ หรือรายละเอียดของข้อมูลที่ต้องการให้แสดงผลบนจอภาพ และเก็บเป็นไฟล์โดยจะต้องมีนามสกุลเป็น .html จากนั้นก็ทดสอบไฟล์ในโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ต่อไป แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาโปรแกรมที่มีผู้ใช้งานไม่ต้องเขียนคำสั่งเองก็สามารถที่จะสร้างเว็บเพจอย่างง่ายๆ ได้เลย เช่น Microsoft Frontpage Netscape Composer Macromedia Dreamweaver Adobe Golive |
|
 |
|
ข้อแนะนำในการพัฒนาเว็บไซต์ | |
|
- เตรียมเนื้อที่จะนำเสนอ ก่อนอื่นต้องมีเป้าหมายก่อนว่าจะทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องอะไร และเนื้อหาต่างๆมีอะไรบ้าง แล้วจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ซึ่งหมายถึง ข้อความ ภาพประกอบ เสียง และอื่นๆ
- ออกแบบหน้าตาของเว็บไซต์ ว่าต้องการให้มีลักษณะเป็นอย่างไร เช่น จะมีการแบ่งเฟรมหรือไม่ สีของ Background และตัวอักษรเป็นสีอะไร จะจัดวางอะไรไว้ตรงส่วนไหน จะมี Link ที่ใดบ้างและแต่ละ Link เชื่อมโยงไปหาส่วนใด เป็นต้น
- เขียนและทดสอบ ลงมือเขียนโดยใช้โปรแกรมสำหรับเขียนเว็บไซต์ แล้วทำการทดสอบการแสดงผล และ Link ต่างๆว่าเชื่อมโยงได้ถูกต้องหรือไม่ ในขั้นตอนนี้ถ้ามีปริมาณข้อมูลมากและมีการเชื่อมโยงที่ซับซ้อนก็จะใช้เวลาค่อนข้างมากเพราะต้องคอยปรับแก้อยู่เรื่อยๆ
|
|
|
|
- การเลือกเนื้อหาเว็บไซต์ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการเริ่มต้นทำเว็บไซต์ ทั้งจัดโครงสร้าง และความนิยมของเว็บไซต์ สำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเลือกหัวข้อใด ควรเริ่มต้นจาก การสำรวจตัวเองว่าชอบ หรือสนใจสิ่งใด มากที่สุด หรือมีความรู้เชี่ยวชาญด้านใดมากที่สุด
- โครงสร้างของเว็บไซต์ มีจุดหมายที่สำคัญคือ การที่จะทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชม สามารถค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ได้อย่างเป็นระบบ ประการแรกต้องพิจารณาถึง ความเป็นไปได้ของประเภทของผู้เข้าเยี่ยมชมเพราะผู้เยี่ยมชมแต่ละประเภท ก็ค้นหาข้อมูลแตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำก็คือการจัดกลุ่มของข้อมูลโดยให้รวมหัวข้อย่อยต่างๆให้อยู่ในหัวข้อหลัก โดยให้มีจุดมุ่งหมายให้ จำนวนหลักน้อยที่สุด นอกจากนี้การจัดไฟล์และไดเร็กทอรี่ ก็ช่วยให้การดูแลรักษาและตรวจสอบความผิดพลาดของเว็บไซต์ง่ายยิ่งขึ้น เช่น การจัดไฟล์รูปภาพไว้ที่เดียวกัน หรือ จัดเว็บไซต์ที่เป็นเรื่องเดียวกันไว้ในไดเร็กทอรี่เดียวกัน เป็นต้น
- สามารถดูเว็บไซต์ได้ในหลายบราวเซอร์ การทำเว็บไซต์ควรจะทำเพื่อให้สามารถดูได้จากทุกๆ Version ของ Software ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Netscape Communicator Internet Explorer หรืออื่นๆ การทำให้คนเข้าดูได้นี้ ถือว่าเป็นการขยายฐานของผู้เข้าเยี่ยม
- ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ สำหรับหน้าแรกของเว็บไซต์ไม่ควรให้โหลดข้อมูลช้า ปัจจัยที่จะกระทบต่อความเร็ว ได้แก่ ขนาดของรูปภาพที่ใช้ และปริมาณของตัวอักษรที่อยู่บนหน้านั้นๆ อนึ่งความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ อาจอยู่ Server ที่เว็บไซต์นั้นๆอยู่ที่ว่ามีความสามารถสูงเพียงใด ขนาดของรูปภาพที่ใช้ควรมีขนาดไม่เกิน 20-30K ต่อรูป ส่วนประเภทของรูปควรเป็น GIF หรือ JPEG ถ้าขนาดของรูปใหญ่เกินไป อาจตัดแบ่งให้ขนาดเล็กลง และใช้ตารางช่วยในการจัดรูปภาพนั้นๆ
- ความง่ายในการค้นหาข้อมูล ปัจจัยหลักนั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างของเว็บไซต์ตั้งแต่ตอนแรกที่มีการจัดโครงสร้างและจัดกลุ่มของข้อมูล นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆอีก เช่น Navigator bar หรือ แถบนำทางในทุกๆหน้าของเว็บไซต์ และถ้าสามารถให้บริการ Search และ Sitemap ได้ก็จะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ค้นหาข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น
- ตัวอักษร ฉากหลัง และสี สำหรับรูปแบบที่นิยมใช้คือ ตัวอักษรสีดำ บนฉากหลังสีขาว ถ้าต้องการกำหนดประเภทของตัวอักษรควรใช้ที่เป็นสากลนิยม เช่น ในกรณีภาษาอังกฤษ อาจใช้ Arial หรือ Times News Roman ส่วนภาษาไทยอาจใช้ MS Sans Serif การเลือกใช้อักษรภาษาไทยต้องระวังเป็นพิเศษเพราะในกรณีที่เครื่องผู้เยี่ยมชมไม่มีอักษรนั้นๆ อาจทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมไม่สามารถอ่านตัวอักษรได้
- รูปภาพ มีใช้กันอยู่ 2 ประเภทคือ GIF หรือ JPEG หนึ่งในหลักการพิจารณาการใช้ประเภทเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด คือ จำนวนสีของรูปภาพนั้นๆ ถ้าเป็นภาพแต่งหรือภาพถ่ายที่มีสีมากๆก็ควรใช้ไฟล์ประเภท JPEG แต่ถ้าเป็นเพียงปุ่มหรือป้ายที่มีสีไม่มากก็ควรใช้ GIF พร้อมกับพิจารณาเรื่องขนาดของไฟล์ด้วย อนึ่งควรมีการคะเนขนาดของรูปภาพที่จะใส่บนเว็บไซต์ก่อน เพื่อจะได้ใช้ขนาดและอัตราส่วนที่พึงพอใจมากที่สุด
- ส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ของเว็บไซต์ เช่น หัวข้อที่เกี่ยวกับผู้จัดการ อาจเป็นประวัติความเป็นมา และ/หรือ ข้อมูลปัจจุบัน (About us) เหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้เข้าเยี่ยมชม และเพิ่มเติมเกี่ยวกับแถบนำทาง Search Sitemap และยังมีหัวข้ออื่นๆ อีก เช่น ข้อเสนอแนะ (Feedback) คำถามที่ถูกถามบ่อย(FAQ- Frequenty Asked Questions)
- ก่อนที่จะนำเว็บไซต์ Upload ไปยัง Server ควรจะมีการทดสอบ โดยใช้ทั้ง Netscape Communicator และ Internet Explorer เพื่อดูความเร็วในการโหลดว่าช้าหรือเร็วเพียงใด Link ทั้งภายในและภายนอกถูกต้องหรือไม่ รูปภาพถูกต้องหรือไม่ พิสูจน์อักษร และอ่านข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลต่างๆถูกต้อง
- หลังจากที่เว็บไซต์ Publish ถ้าเป็นไปได้ควรทดสอบ เหมือนกับที่ทดสอบก่อนที่จะ Publish เพื่อความแน่ใจอีกครั้ง นอกจากทดสอบแล้ว สิ่งที่จะต้องกระทำหลัง Publish คือการสำรวจ ปรับปรุง และการดูแลรักษาเว็บไซต์ เมื่อพบความคิดดีๆ ที่อาจนำมาปรับปรุงเว็บไซต์ได้ก็ควรจะจดบันทึกไว้ ถ้าเป็นการแก้ไขนิดหน่อยก็ควรทำการแก้ไขทันที แต่ถ้าเป็นการแก้ไขที่ต้องใช้เวลานานควรรอสักระยะรวบรวมสิ่งที่ต้องการแก้ไขทั้งหมด
|
|
| >>>เกล็ดสาระอื่น |
| |
|